บทเรียนของคนค้ำประกัน

บทเรียนของคนค้ำประกัน เมื่อคนกู้ตายแต่ทายาท ไม่ยอมใช้หนี้ คนค้ำประกันก็ต้องรับผิดชอบ

               เป็นเรื่องราวของคุณครูท่านหนึ่งที่เป็นคุณครูสอนอยู่ใน โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์  โดยคุณครูคนดังกล่าวนั้นชื่อว่าคุณครูพัชร  โดยเธอระบุว่าเธอได้ไปทำการเซ็นค้ำประกันให้กับคุณครูผู้ชายท่านหนึ่งซึ่งเป็นคุณครูที่สอนหนังสืออยู่ในโรงเรียนเดียวกัน

ซึ่งปกติแล้วคุณครูชายท่านนั้นก็มีการจ่ายเงินค่าเงินกู้กับสหกรณ์มาโดยตลอดแต่แล้วคุณครูผู้ชายคนดังกล่าวนั้นก็เกิดประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังจากนั้นทางด้านสหกรณ์ก็จะได้มีการติดตามเงินกู้ที่ผู้เสียชีวิตกูไปนั้นกลับคืนมาซึ่งทางด้านสหกรณ์เองได้มีการติดต่อไปยังทายาท

ซึ่งเป็นลูกหลานของทางเจ้าของที่กู้แต่เมื่อทายาทปฏิเสธทางด้านสหกรณ์จึงได้มีการติดต่อมายังคุณครูพัชรซึ่งเป็นคนค้ำประกันให้กับผู้เสียชีวิตให้รับใช้หนี้แทนทั้งหมดซึ่งยอดเงินดังกล่าวนั้นมีการค้างหนี้กันไว้มากถึง 4 แสนกว่าบาทด้วยกันอย่างไรก็ตาม

คุณครูภัทรมองว่าทางผู้กู้นั้นมีลูกหลานที่มีเงินสามารถที่จะรับผิดชอบเงินกู้สามารถที่จะจ่ายเงินคืนสหกรณ์ได้เนื่องจากว่าตอนที่ผู้กู้เสียชีวิตนั้นได้มีการรับเงินจากประกันต่างๆเป็นจำนวนมากถึง 2 ล้านกว่าบาทดังนั้นทายาทของผู้กู้ควรจะเป็นคนที่จ่ายเงินคืนสหกรณ์ไม่ใช่ให้คนค้ำประกันนั้น

ป็นผู้รับผิดชอบอย่างไรก็ตามคุณครูพัชรได้มีการติดต่อไปที่สหกรณ์เพื่อทำเรื่องให้ทางสหกรณ์นั้นประสานงานให้กับทายาทมารับทราบและรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องของหนี้สินของสหกรณ์แต่ทางด้านสหกรณ์นั้นก็มีการบ่ายเบี่ยงมา

โดยตลอดทำให้คุณครูพัชรนั้นเกิดความรู้สึกไม่สบายใจเกรงว่าตนเองนั้นจะได้รับความเดือดร้อนที่จะต้องจ่ายเงินจำนวน 4แสนบาทดังกล่าวจึงได้มีการประสานงานกับทางนักข่าวให้ช่วยติดตามทำข่าวเรื่องนี้เพื่อที่จะได้ให้ทางสหกรณ์นั้นดำเนินการให้อย่างรวดเร็วในการที่จะติดต่อกับทางผู้เสียชีวิตโดยมองว่าถ้าไม่เป็นข่าวทางด้านเจ้าหน้าที่สหกรณ์ก็ไม่ยอมทำงานและเกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา

ซึ่งหลังจากที่นักข่าวได้ลงไปพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่สหกรณ์ก็ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประสานงานติดต่อกับทางทายาทของผู้เสียชีวิตอยู่ซึ่งต้องทำเป็นขั้นตอนโดยบอกว่าไม่ได้ละเลยเกี่ยวกับเรื่องของคดีนี้แต่อย่างใดอย่างไรก็ตามทางคุณครูพัชรเองให้ข้อมูลว่าสำหรับคุณครูพัชรนั้นเคยไปคุยกับลูกของผู้เสียชีวิตที่เป็นลูกหนี้ของสหกรณ์ที่คุณครูพัชรเคยค้ำประกันเอาไว้ให้

แต่ทางลูกของผู้เสียชีวิตนั้นกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายเงินพร้อมทั้งยังบอกอีกด้วยว่าถ้าหากอยากได้เงินคืนก็ให้ทางสหกรณ์นั้นไปฟ้องร้องเอากับศาลทำให้คุณครูพัชรจนถึงทุกวันนี้ก็ยังเกิดความไม่สบายใจเพราะเกรงว่าตนเองนั้นจะต้องเป็นคนที่รับผิดชอบเงินค่าค้ำประกันทั้งหมด 

            กับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ถือว่าเป็นบทเรียนให้กับหลายๆคนได้เป็นอย่างดีที่ชอบไปเซ็นค้ำประกันให้กับคนอื่นเพราะต่อให้เป็นพี่น้องกันเมื่อถึงคราวจำเป็นเรื่องเงินเรื่องทองก็คือเรื่องใหญ่หากเขาไม่รับผิดชอบคนที่เซ็นค้ำประกันนั้นก็คือคนที่ต้องรับผิดชอบซึ่งเราก็เห็นบทเรียนมาแล้วหลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของการเซ็นค้ำประกันให้กับคนอื่นดังนั้นหากไม่อยากที่จะถูกรับผิดชอบในยอดเงินที่เราไม่ได้ใช้ก็อย่าไปทำการเซ็นค้ำประกันให้ใครจะเป็นการดีที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สังคมทั่วไป และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร